Username :
Password :
Confirm Password :
Display Name :
E-Mail :
Picture Cover Profile :

(นามสกุล jpg เท่านั้น)

 
Username :
Password :
 

วิธีเลิกกาแฟแบบง่าย

วันที่ 29 มิถุนายน 2555

 

หนุ่มๆ หลายคนคงมีกิจวัตรประจำคือ กาแฟเช้า กาแฟกลางวัน กาแฟบ่าย เรียกว่าถ้าขาดไปจะหงุดหงิดกันเลยใช่ไหมครับ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันอาจจะไม่ดีต่อสุขภาพซักเท่าไรหนัก การเลิกกาแฟ ถือเป็นการเลิกยากอีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว แต่ไม่ขนาดถึงก้บต้องไปถ้ำกระบอก เรามี 10 วิธีมาเป็นตัวช่วยให้เลิกกาแฟกันหนอ่ย
 
1. ให้ลดปริมาณการดื่มกาแฟในแต่ละวันลง เช่น จากที่เคยดื่มวันละ 4 แก้วให้ลดลงเหลือ 3 แก้ว แต่หากจำเป็นต้องดื่มแก้วที่ 4 ให้ชงด้วยกาแฟสกัดคาเฟอีน(Decaffeinated) จนกระทั่งร่างกายเริ่มชินก็ให้ลดปริมาณลงอีก
2. สำรวจว่า นอกจากกาแฟแล้ว ท่านยังได้รับคาเฟอีนจากอาหารชนิดใดอีกบ้าง เช่น ชา โกโก้ ช็อคโกแลต ซีเรียลรสโกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น จากนั้นให้ลดการบริโภคทุกอย่างร่วมกับการลดปริมาณกาแฟที่ดื่มในแต่ละวัน หรือเลิกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้
3. นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอในตอนกลางคืน อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
4. ดื่มน้ำสะอาดวันละประมาณ 1-2 ลิตร และการรับประทานวิตามินบีรวม ซึ่งจะช่วยทุเลาอาการอ่อนเพลีย
5. การออกกำลังกาย จะช่วยให้สมองเพิ่ม ซีโรโตนิน(serotonin) และโดปามีน(dopamine) ได้เช่นเดียวกันกับการได้รับคาเฟอีน
6. งดดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
7. รับประทานอาหารเช้า เพราะระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่เพียงพอจะช่วยให้สมองและร่างกายทำงานได้โดยไม่อ่อนเพลีย
8. หากิจกรรมหรืองานอดิเรกทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ และควรหลีกเลี่ยงการไปร้านกาแฟ
9. หากมีอาการปวดศรีษะระหว่างงดกาแฟ สามารถรับประทานยาพาราเซตามอล หรือแอสไพรินได้ ไม่ควรรับประทานยาแก้ปวดไมเกรนซึ่งมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่
10. หากมีอาการหงุดหงิด ใจสั่น อาจจะใช้วิธีอาบน้ำเย็นช่วย
 
ลองดูนะครับ ว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน 
ที่มา : metro-society

 

     หนุ่มๆ หลายคนคงมีกิจวัตรประจำคือ กาแฟเช้า กาแฟกลางวัน กาแฟบ่าย เรียกว่าถ้าขาดไปจะหงุดหงิดกันเลยใช่ไหมครับ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันอาจจะไม่ดีต่อสุขภาพซักเท่าไรหนัก การเลิกกาแฟ ถือเป็นการเลิกยากอีกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว แต่ไม่ขนาดถึงก้บต้องไปถ้ำกระบอก เรามี 10 วิธีมาเป็นตัวช่วยให้เลิกกาแฟกันหนอ่ย


     1. ให้ลดปริมาณการดื่มกาแฟในแต่ละวันลง เช่น จากที่เคยดื่มวันละ 4 แก้วให้ลดลงเหลือ 3 แก้ว แต่หากจำเป็นต้องดื่มแก้วที่ 4 ให้ชงด้วยกาแฟสกัดคาเฟอีน(Decaffeinated) จนกระทั่งร่างกายเริ่มชินก็ให้ลดปริมาณลงอีก

     2. สำรวจว่า นอกจากกาแฟแล้ว ท่านยังได้รับคาเฟอีนจากอาหารชนิดใดอีกบ้าง เช่น ชา โกโก้ ช็อคโกแลต ซีเรียลรสโกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น จากนั้นให้ลดการบริโภคทุกอย่างร่วมกับการลดปริมาณกาแฟที่ดื่มในแต่ละวัน หรือเลิกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้

     3. นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอในตอนกลางคืน อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง

     4. ดื่มน้ำสะอาดวันละประมาณ 1-2 ลิตร และการรับประทานวิตามินบีรวม ซึ่งจะช่วยทุเลาอาการอ่อนเพลีย

     5. การออกกำลังกาย จะช่วยให้สมองเพิ่ม ซีโรโตนิน(serotonin) และโดปามีน(dopamine) ได้เช่นเดียวกันกับการได้รับคาเฟอีน

     6. งดดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่

     7. รับประทานอาหารเช้า เพราะระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่เพียงพอจะช่วยให้สมองและร่างกายทำงานได้โดยไม่อ่อนเพลีย

     8. หากิจกรรมหรืองานอดิเรกทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ และควรหลีกเลี่ยงการไปร้านกาแฟ

     9. หากมีอาการปวดศรีษะระหว่างงดกาแฟ สามารถรับประทานยาพาราเซตามอล หรือแอสไพรินได้ ไม่ควรรับประทานยาแก้ปวดไมเกรนซึ่งมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่

     10. หากมีอาการหงุดหงิด ใจสั่น อาจจะใช้วิธีอาบน้ำเย็นช่วย

 

ลองดูนะครับ ว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน 


ที่มา : metro-society

 

0 comments

There is no comment.

Write comment.

Last page
Next page
0
of
Previous page
First page
Find us on facebook close